
ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ เป็นนครที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ท่ามกลางความเจริญและอุดมสมบูรณ์นั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า อังคุตตระ เขาเป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สินเงินทองมากมายเกินกว่าจะนับได้ แต่ถึงแม้จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง อังคุตตระกลับไม่เคยพอใจในโชคชะตาของตน เขาเป็นคนทะเยอทะยาน อยากได้อยากมีมากกว่าที่เป็นอยู่เสมอ
วันหนึ่ง ขณะที่อังคุตตระกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด เห็นพ่อค้าวาณิชกำลังขนย้ายสินค้ามากมายหลายชนิด ทั้งผ้าแพรพรรณเนื้อดี เครื่องหอมนานาชนิด อัญมณีระยิบระยับ และเครื่องประดับทองคำ เขาพลันเกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาในใจ “ไฉนเราถึงต้องมานั่งรอรับทรัพย์สมบัติที่พ่อให้เพียงอย่างเดียว ในเมื่อข้าเองก็มีความสามารถไม่แพ้ใคร?” ความคิดนี้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเขารู้สึกทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป
เขาจึงตัดสินใจไปพบพ่อของตน และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ท่านพ่อ ข้าพเจ้าปรารถนาจะออกไปแสวงโชคด้วยตนเอง ข้าพเจ้าจะขอทรัพย์สินจำนวนหนึ่งเพื่อไปตั้งตัวที่อื่น ขอท่านโปรดอนุญาตเถิด”
เศรษฐีผู้เป็นบิดาเห็นแววตาของบุตรแล้ว ก็พอจะเดาความทะเยอทะยานได้ จึงกล่าวด้วยความรัก “ลูกรัก พ่อเห็นถึงความตั้งใจของเจ้าแล้ว แต่การออกไปสู่โลกภายนอกนั้น ไม่ง่ายดังที่เจ้าคิดนะ หากเจ้าจะไปจริงๆ พ่อจะให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพอสมควร แต่จงจำไว้ว่า การทำมาหากินนั้นต้องอาศัยทั้งปัญญา ความขยัน และความซื่อสัตย์นะ”
อังคุตตระรับทรัพย์สินจำนวนหนึ่งมา แล้วบอกลาบิดาออกเดินทางทันที เขาเดินทางรอนแรมไปหลายวัน จนมาถึงเมืองชายแดนที่ชื่อว่า ตักศิลา เมืองนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าเป็นศูนย์กลางการค้าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในยุคนั้น
เมื่อมาถึงตักศิลา อังคุตตระได้พบกับกลุ่มพ่อค้าที่กำลังเตรียมตัวจะเดินทางไปค้าขายยังแดนไกล เขาจึงเข้าไปตีสนิท และเสนอตัวขอร่วมเดินทางด้วย พวกพ่อค้าเห็นว่าอังคุตตระดูฉลาดเฉลียว และมีเงินทุนติดตัวมาไม่น้อย จึงตกลงรับเขาไว้
การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาต้องเผชิญกับความแห้งแล้งของทะเลทราย ความโหดร้ายของโจรป่า และพายุที่โหมกระหน่ำ แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของอังคุตตระ เขาสามารถนำพาคณะพ่อค้าผ่านพ้นภยันตรายต่างๆ ไปได้หลายครั้ง จนได้รับความไว้วางใจจากทุกคน
เมื่อเดินทางถึงเมืองปลายทางที่อุดมสมบูรณ์ พวกเขาก็เริ่มทำการค้าขาย อังคุตตระใช้ไหวพริบและความรู้ที่สั่งสมมาในการเจรจาต่อรอง ทำให้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เขาสั่งสมทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งในเวลาอันสั้น
แต่ความโลภของอังคุตตระนั้นไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเห็นว่าตนเองมีทรัพย์สินมากมายแล้ว เขากลับคิดว่ายังไม่เพียงพอ เขาอยากจะเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในโลก อยากมีอำนาจสูงสุดในการค้าขาย
วันหนึ่ง เขาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเมืองอันห่างไกลที่เต็มไปด้วยทองคำบริสุทธิ์และอัญมณีล้ำค่า เขาจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปแสวงหาทรัพย์สมบัติที่นั่นอีกครั้ง โดยไม่ฟังคำทัดทานของเพื่อนพ่อค้าคนอื่นๆ เลย
การเดินทางครั้งนี้โหดร้ายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขาต้องเดินทางผ่านป่าทึบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย และภูเขาสูงชันที่ยากจะปีนป่าย ในที่สุด เขาก็มาถึงดินแดนที่กล่าวอ้าง แต่เมื่อไปถึง เขากลับพบเพียงป่ารกที่ไม่มีวี่แววของทองคำหรืออัญมณีใดๆ เลย เขาถูกหลอกเสียแล้ว!
อังคุตตระสิ้นหวัง เขาไม่มีทรัพย์สินเหลือมากพอที่จะเดินทางกลับ และไม่มีกำลังวังชาที่จะหาเลี้ยงชีพในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เขานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่กลางป่า
ในขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้ต่อโชคชะตา ปรากฏว่ามีภิกษุรูปหนึ่งเดินผ่านมา ภิกษุรูปนั้นมีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา สังเกตเห็นชายหนุ่มในสภาพที่น่าเวทนา จึงเข้าไปสอบถาม
“ท่านผู้เจริญ เหตุใดจึงมานั่งเศร้าโศกอยู่ที่นี่เล่า” ภิกษุถาม
อังคุตตระเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ภิกษุฟัง ตั้งแต่ความทะเยอทะยานของตนเอง การออกเดินทาง การร่ำรวย และความโลภที่นำพาให้มาพบจุดจบเช่นนี้
เมื่อฟังจบ ภิกษุได้กล่าวสอนว่า “ท่านอังคุตตระ ความปรารถนาอันไม่สิ้นสุดนั้นเปรียบเหมือนบ่อน้ำที่ยิ่งตักยิ่งไม่เต็ม การแสวงหาทรัพย์สินจนเกินพอดี ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อนและความทุกข์ หากท่านรู้จักพอเพียง รู้จักประมาณตน และนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปใช้ในทางที่ชอบ ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น”
ภิกษุได้นำอังคุตตระกลับไปยังสำนักสงฆ์ และให้การดูแลจนกระทั่งเขาหายจากความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวัง อังคุตตระสำนึกในคำสอนของภิกษุเป็นอย่างยิ่ง เขาละทิ้งความโลภและความทะเยอทะยานทั้งหมด หันมาบวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา
หลังจากบวช อังคุตตระได้ศึกษาพระธรรมอย่างเคร่งครัด เขานำคำสอนเรื่องความไม่ประมาทและความพอเพียงมาปฏิบัติ จนบรรลุธรรมในที่สุด
ความโลภและความทะเยอทะยานเกินพอดี นำมาซึ่งความเดือดร้อนและทุกข์ หากรู้จักพอเพียง รู้จักประมาณตน และใช้ทรัพย์สินไปในทางที่ถูกต้อง จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
— In-Article Ad —
ความพอเพียงเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
113เอกนิบาตอัชชุคชาดก ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็...
💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ
86เอกนิบาตมหาวังคธรรมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ...
💡 อย่าหลงเชื่อคำประจบสอพลอ และอย่าประมาทต่อภัยอันตราย จงมีสติปัญญาในการพิจารณาไตร่ตรอง และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมเสมอ
506ปกิณณกนิบาตพระโพธิสัตว์เป็นลิงผู้มีปัญญา ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งราชธานีอันรุ่งเรือง มีป่าหิมพานต์อันอุดม...
💡 ปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย การช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความสุขและความปลอดภัย การให้อภัยและการให้อภัยย่อมสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน
167ทุกนิบาตสุวรรณหังสชาดก ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และมีผู้คนดำรงชีวิตด้วยความสงบร่มเย็นมา...
💡 ความโลภเป็นบ่อเกิดแห่งความหายนะ การหลอกลวงผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งผลกรรมที่เลวร้าย การยึดมั่นในคุณธรรมและความสัตย์จริงย่อมนำพาไปสู่ความสงบสุข
198ทุกนิบาตสิริวิชยชาดกณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง มีพระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระชาติเป็น 'สิริ...
💡 ความเมตตาและความอดทน สามารถเอาชนะความเกลียดชังและความรุนแรงได้ และนำมาซึ่งสันติภาพที่ยั่งยืน
202ทุกนิบาตสุมังคลสูตรกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นราชธานีที่รุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามาร...
💡 การทำความดีคือการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจที่กล้าหาญและเสียสละ แต่หากการกระทำนั้นแฝงด้วยความเห็นแก่ตัวหรือความโลภ ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ใจ การยอมรับความผิดพลาดและแก้ไข ย่อมนำมาซึ่งความสงบสุข
— Multiplex Ad —